[งานชิ้นที่ 13] เพราะผู้ชายดีดีนั่นมีอยู่ในนิยาย                                                       [แฟนตาซี]

หลังจากที่เจ้าหญิงนินทราและเจ้าชายได้สัมผัสริมฝีปากของกันและกันทั้งคู่ก็ รู้เลยว่า เราช่างเกิดมาคู่กัน แล้วทั้งคู่ก็ได้ใช่ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดกาลนานเทิด

“ถ้ามันเป็นอย่างที่เค้าว่ากันมันก็ดีอยู่หรอน้า” เจ้าชายถอนหายใจออกมาครั้งใหญ่หลังสิ้นประโยค เสียงที่ได้ยินจากในโทรทัศน์จากรายการ โลกนิทาน ช่างเป็นคำที่ทำให้เจ้าชายรู้สึกรันทดใจเป็นอย่างยิ่ง พื้นที่เปียกน้ำและ ในมือของเจ้าชายมีไม้ถูพื้นลากไปมาไปมาอยู่อย่างอ่อนแรง เจ้าชายหยุดเพื่อปาดเหงื่อที่หน้าผากอย่างช้าๆ หวังให้เวลาผ่านมันผ่านไปไวๆ ก่อนจะถอนหายใจอีกหนึ่งครั้งแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ

ตุ๊บ!!! เสียงของวัตถุกระทบพื้นอย่างแรงจนนกสีฟ้าที่ร้องเพลงอยู่ที่หน้าต่างบินจากไป แต่ดูเหมือนเจ้าชายจะไม่ค่อยแปลกใจกับเสียงที่เกิดขึ้น หลังจากถูพื้นเสร็จในร่องไม้ที่สองนับจากประตู เจ้าชายก็เงยหน้าขึ้นมอง ณ จุดเกิดเสียง วางไม้ถูพื้นพักไว้ที่ถังน้ำ พอมั่นใจว่าคงที่แล้ว ก็เดินช้าๆอารมณ์เซ็งๆ ไปที่จุดเกิดเหตุนั่น

“ทำไม ถึงเป็นคนแบบนี้น้า” เจ้าชายก้มตัวลงบ่นใส่ ร่างของหญิงสาวแสนสวย ใช่ แม่นางผู้นี้คือ เจ้าหญิงนินทราที่นอนละเมอ ตกลงมาอยู่ที่พื้น เจ้าชายค่อยๆประคองเจ้าหญิงขึ้นช้าๆ ร่างเจ้าหญิงไม่หนักหนาต่อความแข็งแรงของเจ้าชายอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ดูยากเย็นเหมือนจะเป็นความหนักใจเสียมากกว่า ร่างที่เคยภูมิใจที่ได้ประคองอุ้ม บัดนี้ช่างน่าเบื่อหน่ายและน่ารำคาญยิ่ง เจ้าชายวางเจ้าหญิงลงบนเตียง มีเสียงบ่นงึมงำของคนไม่ได้สติจากเจ้าหญิงเล็กน้อยก่อนจะตั้งท่าหลับอีกครั้ง เมื่อมั่นใจว่าอยู่ในท่าทีดีแล้ว เจ้าชายก็เดินจากห้องนอนของเจ้าหญิงไป เดินมาหยิบกระเป๋าสตางค์ที่โต๊ะในห้องครัว เดินมาที่หน้าบ้าน ผิวปากเรียกม้าวิเศษ

“ตุ๊บ!!!!!”  เจ้าชายหันไปมองดูด้วยสายตาที่หมดหวังและล้นด้วยความเบื่อหน่ายก่อนจะปิดประตูหน้าบ้านขี่ม้าวิเศษลอยจากไปในอากาศ

“ลุง Double Rainbow เพียว” เจ้าชายสั่งเหล้าขึ้นชื่อที่ทานประจำ

“ยังไหวอยู่หรอเนี่ย นี้ก็กินไปเยอะแล้วนะ เดียวจะกลับบ้านไม่ได้นะเจ้าชาย” บาร์เทนเดอร์แสดงความเป็นห่วง

“ผมไหวน้า ลุง มีม้าวิเศษอยู่แล้วจะกลัวไปทำไม นะลุงผมขอนะ” เจ้าชายพยายามแสดงอาการปกติบนใบหน้าให้มากที่สุด

ลุงบาร์เทนเดอร์ส่อสีหน้าเป็นหวังแต่ก็ยังรินให้อย่างไม่ค่อยเต็มใจ เจ้าชายหยิบแก้วก่อนจะจัดการรวดเดียวหมด กระแทกแก้วลงบนเคาร์เตอร์ ความแรงของเหล้าทำให้น้ำตาแทบจะไหล แต่ก็รู้สึกดีอย่างน่าประหลาดไปในเวลาเดียวกันเจ้าชายเงยหน้าขึ้นบนเพดาน ก่อนหันลงมาสู่ระดับปกติ

“มีเรื่องไม่สบายใจอะไรมาหรอจ๊ะเจ้าชาย” เสียงของหญิงสาวหวานๆเนิบๆลอยมากระทบหูซ้ายเจ้าชายช้าๆ

เจ้าชายกับสติเพียงครึ่งเดียวหันหน้าไปตามเสียงนั่น ภาพที่เห็นคือ หญิงสาววัยรุ่นหุ่นนางแบบในชุดราตรีสีดำเข้ารูป และมีเครื่องประดับคือสร้อยคอประกายเพชรรูปหัวกะโหลกสีเงิน                                 ด้วยความมึนเมาเจ้าชายจึงบ่นระบายกับหญิงสาวแสนสวยคนนี้ไปถึงปัญหาที่อัดอั้นในใจ ว่าตั้งแต่ที่คบกันมานั่นเจ้าหญิงนินทราก็เอาแต่นอนทั้งวันทั้งคืน ไม่ยอมทำอะไรเลย ตื่นแค่วันละสองสามชั่วโมงเท่านั่น ก่อนจะสลบไปอีกในทุกๆวัน เจ้าชายเบื่อและเหงามากที่เจ้าหญิงไม่มีเวลาให้เลย เหมือนมีชีวิตอยู่ไปวันๆ ไม่มีความสุขในชีวิตเลย ด้วยความที่ว่านานๆทีจะมีใครมาคอยรับฟังปัญหาของเจ้าชาย เจ้าชายจึงปลดปล่อยอารมณ์ออกมาเต็มที่ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร

เจ้าชาย : นี้ ข้าจะถามเจ้าแบบตรงไปตรงมานะ (เจ้าชายหยุดรวบรวมสติสักครู่) เจ้าเชื่อในรักแรกพบมั้ย?

หญิงสาวชุดดำ : (เธอจับและมองแก้วน้ำเอียงไปเอียงมาเล็กน้อยก่อนตอบแบบไม่มองเจ้าชาย) ข้าไม่เคยเชื่อในความรักเลย ความรักมันไม่มีอยู่จริงหรอก

เจ้าชาย : เหตุใดเจ้าจึงคิดเห็นเป็นเช่นนั่นละ แม้แต่ความรักธรรมดาๆมันก็ไม่มีอยู่จริงหรอ

หญิงสาวชุดดำ : ข้าผ่านความรักมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว เจ้าชาย ข้าไม่อยากจะเรียกมันว่าความรักเลยซักครั้ง จริงอยู่มันอาจทำให้ข้ามีความสุขเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อเวลาเปลี่ยนไปความรักมันก็เปลี่ยนแปลง นัยยะที่มันแอบแฝงมากับความรักมันก็ชัดเจนขึ้นทุกๆวัน ความเหงาบ้าง ความเบื่อหน่ายบ้าง ความอิจฉาบ้างล่ะ

หญิงสาวชุดดำ : (หันมาทางเจ้าชายทำหน้าจริงจัง) มันไม่มีจริงหรอกนะ สิ่งที่เรียกว่ารักน่ะ มันเป็นเพียงแค่สิ่งอื่นที่สวมเสื้อคลุมที่เขียนว่ารัก รอวันเปิดเผยก็เท่านั่นแหละ (หญิงสาวเหมือนจะมีน้ำตา แต่ก็หันหน้าหนีไปอีกทางหลังพูดเสร็จ)

 เจ้าชาย : (ตกใจ ถึงกับ สร่างเมาเลยทีเดียว) (เจ้าชายคิดในใจว่า เหตุใดใจเราถึงเต้นไม่เป็นจังหวะเพียงเช่นนี้ คำพูดไม่กี่คำมันช่างสร้างแรงสั่นสะเทือนได้อย่างน่าประหลาด)

เจ้าชาย : ใจเย็นๆก่อนเถอะนะ เจ้าอาจจะแค่โชคร้ายตลอดมาก็ได้ ถ้าเจ้าไม่ยอมตัดใจข้าว่าเจ้าจะได้พบมันซักวันแน่ๆ (เจ้าชายแตะที่ไหล่หญิงสาวเบาๆ)

หญิงสาวชุดดำ : หยุดพูดเรื่องของข้าเถิด แล้วเจ้าชายล่ะ เชื่อเรื่องรักแรกพบของท่านรึเปล่า

เจ้าชาย : (เจ้าชายนิ่งซักพักมองลงข้างล่างก่อนจะตอบออกมา) ข้าเป็นคนหนึ่งที่เคยเชื่อในรักแรกพบและคิดว่าข้าได้พบกับมันเข้าจริงๆ แต่ตอนนี้ข้าชักเริ่มไม่แน่ใจกับสิ่งที่ข้าเป็นอยู่ซะแล้วสิ

หญิงสาวชุดดำ : เจ้าชายหมายถึงไม้ถูพื้นรึเปล่า

เจ้าชาย : ฮะๆๆๆ เจ้าคิดว่าข้ารักกับไม้ถูพื้นหรอ ฮะๆๆ อืมใช่นะ บางทีสิ่งที่อยู่เคียงข้างข้าตลอดอาจจะเป็นไม้ถูพื้นก็ได้

หญิงสาวชุดดำ : รักแรกพบอาจทำให้เรามีความสุขแค่ชั่วครู่ หลงใหลในเสน่หา แต่สิ่งที่ยั่นยืนกว่านั่น คือการกระทำของคนที่เข้าใจและพร้อมจะเคียงข้างเรา ไม่มีใครมากำหนดหรอกนะ ว่าเราต้องคู่ใคร มีแต่เรา เราเท่านั่นที่กำหนดเอง

หญิงสาวชุดดำ : ข้าต้องไปละล่ะเจ้าชาย ขอบคุณมากที่สนทนากับข้าในวันนี้

หญิงสาวชุดดำโน้มเข้ามาใกล้ๆเจ้าชายก่อนจูบลงที่แก้มก่อนจะหายไปกับเสียงฟ้าฝ่าเหลือเพียงสายควันสีดำรูปหัวกะโหลกลอยจางๆแล้วค่อยๆเลือนหายไป บาร์เทนเดอร์ที่กำลังเช็ดแก้วอยู่ก็ตกใจกับภาพที่เห็น เพราะนั่นคือสัญลักษณ์ของจอมมารปีศาจร้าย

ภาพตอนนี้ทิ้งไว้เพียงเจ้าชายที่ยังคงมองเหม่อ ภาพตัดมาที่หน้าของเจ้าชายค่อยๆอมยิ้มอย่างช้าแล้วมีเสียงหัวเราะเบาๆผ่านเงาสะท้อนของแก้วไวน์

เสียงฟ้าผ่าทำให้ภาพตัดมาที่ปราสาทมืดแห่งหนึ่งกลางหุบเขาป่ารกชัก บรรยากาศดูน่าสะพรึงกลัว เสียงฟ้าผ่าอีกครั้งทำให้ภาพตัดไปในห้องๆหนึ่งในปราสาทนั่น หญิงสาวในชุดราตรีดำปรากฏตัวขึ้นพร้อมหมอกควันดำ เดินเข้าไปหาหญิงแก่ในชุดราตรีสีม่วงดำที่นั่งอยู่ที่ บรรลังก์สีแดงที่ปลายห้อง

หญิงสาวชุดดำ : ท่านแม่ข้าได้พบกับชายที่ท่านว่าแล้ว ภารกิจของพวกเราใกล้จะสำเร็จลงไปทุกทีแล้วละ

หญิงแก่ : ดีมาก ลูกรักของข้า อีกไม่นานเราก็จะได้ลิ้มรสชาติของความสาวชั่วนิรันดร์ ของเจ้าหญิงนินทรากันแล้ว อีกไม่ช้านาน

 หญิงสาวชุดดำ : ท่านแม่วางใจในตัวข้าได้เลย ลูกคนนี้จะนำตัวเจ้าหญิงนินทรา มาให้ท่านแม่ให้ได้

พูดจบดังนั่นทั้งคู่จึงโอบกอดกันท่ามกลางเสียงหัวเราะที่ชั่วร้ายและเสียงฟ้าผ่าเป็นจังหวะ ก่อนเสียงฟ้าผ่าครั้งใหญ่และภาพก็ตัดเป็นภาพขาว

          หลังจากนั่นเจ้าชายก็มาที่ ร้านเหล้านี้บ่อยขึ้นแทบจะทุกวัน แล้วก็ได้พบกับหญิงสาวชุดดำนี้แทบทุกวันเช่นกัน ทั้งคู่ต่างสนิทสนมใกล้ชิดกันมากขึ้นทุกวัน ดื่มด้วยกัน เต้นรำและคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน

          เมื่อความสนิทสนมเพิ่มมากขึ้น เจ้าชายจึงคิดอยากจะขอบคุณหญิงสาวด้วยการพามากินข้าวที่บ้าน เจ้าชายจึงทำความสะอาดจัดแต่งบ้านให้เรียบร้อยอย่างที่ทำเป็นประจำ ซักพักหญิงสาวในชุดดำก็มาพร้อมกับเสียงฟ้าฝ่าที่หน้าบ้าน เจ้าชายรู้ดังนั่นจึงออกไปเปิดต้อนรับที่หน้าบ้าน

          เจ้าชาย : เอ้า เชิญเลย เชิญเลย เข้ามาในบ้านก่อนสิ (ทั้งสองทักทายด้วยการโอบกอด)

          หญิงสาวชุดดำ : บ้านท่านน่ารักดีนะ ไม่เหมือนที่ข้าคิดไว้เลย ว่าเจ้าชายต้องอยู่ในปราสาทใหญ่โต

          เจ้าชาย : เราเลือกวิถี ของเราเองแบบนี้แหละ อย่างได้ใส่ใจเลย เราชอบที่จะอยู่แบบนี้

 “ตุ๊บ!!!!!”  เสียงดังที่คุ้นเคยดังขึ้น สร้างความสนใจแก่หญิงสาวในชุดดำอย่างยิ่ง

          หญิงสาวชุดดำ : นั่นเสียงอะไรนะเจ้าชาย ดูท่าไม่ค่อยดี

เจ้าชาย : อ้อๆ ไม่มีอะไร หรอก เสียง เสียง เป็น เสียงชั้นหนังสือหล่นนะ เราประกอบมันไม่ค่อยดี

จากนั่นก็มีเสียงกรนของหญิงสาวดังมา เป็นระลอก จากในห้องของเจ้าหญิงนินทรา เจ้าชายถึงกับเอามือแปะที่หน้าผากของตัวเอง

          หญิงสาวชุดดำ : อ้อ เจ้าหญิงที่ท่านเล่าให้ข้าฟังอยู่ในนั่นหรอขอข้าเข้าไปดูได้มั้ย

เจ้าชาย ผยักหน้าและแบมือไปทางห้องนั่นแบบเซ็งๆ และ หญิงสาวชุดดำก็เจอเข้าไปในห้องนั่น หญิงสาวชุดดำมองดูเจ้าหญิงนินทราอย่างช้าๆพ้รอม วางมือเกือบจะสัมผัสตัวเจ้าหญิงก่อนจะเคลื่อนมือไปที่อก คอ และ หน้าตามลำดับอย่างช้า เธอยิ้มเบาๆก่อนพูดว่า

          หญิงสาวชุดดำ : เจ้าหญิงของท่านไม่ได้เป็นคนนอนขี้เซาหรอกนะ แต่เธอกำลังไม่สบายอยู่

เจ้าชาย : (เจ้าชายทำหน้าตกใจเล็กน้อย) เจ้าว่ายังไงนะ เจ้าหญิงกำลังไม่สบายหรอ

หญิงสาวชุดดำ : ใช่ แล้วข้าก็รู้วิธีที่จะช่วยด้วย ข้าพอที่จะรู้เรื่องการปรุงยามาบ้างจากการที่ข้าได้ศึกษามา ข้าขอยืมครัวของเจ้าหน่อยนะ (หญิงสาวชุดดำ เดินผ่านเจ้าชายไป เข้าไปในครัว)

หลังจากนั่นหญิงสาวชุดดำก็เริ่มทำการปรุงยา ใส่เครื่องปรุงและร่ายมนต์ลงไปในหม้อที่ตั้งไว้ เจ้าชายที่มองอยู่จากข้างหลังยังคง งงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและทำสีหน้าครุ่นคิดอะไรอยู่ เวลาผ่านไปชั่วครู่ หญิงสาวชุดดำก็บรรจงเทน้ำยาสีม่วงดำลงบนจานแบนๆเล็กๆ เมื่อน้ำยาถูกเทลงจาน เกิดเป็นภาพหัวกะโหลกสีดำก่อนจะจางหายไป

หญิงสาวชุดดำ : เพียงแค่เจ้าหญิงดื่มยานี้เท่านั่น เจ้าหญิงก็จะคืนกลับสู่สภาวะ ปกติ (หญิงสาวชุดดำ มองยิ้มมาที่เจ้าชายก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนเจ้าหญิง)

เจ้าชายก็รีบลุกตามเข้าไปในขณะที่ปากกัดเล็บนิ้วหัวแม่โป้งขวาอยู่

หญิงสาวชุดดำ : เอาละ เจ้าชายข้าจะช่วยให้เจ้าหญิงนินทรากลายเป็นคนปกติเอง (หญิงสาวชุดดำใช้มือข้างซ้ายประครองเจ้าหญิงขึ้นมาช้าๆ แล้วนำมือขวาที่ถือจาน ยา เข้าไปใกล้ๆปากของเจ้าหญิง พร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงด้วยความเจ้าเล่ห์)

“แปะ!!!” เสียงมือของเจ้าชายขว้างที่ข้อมือขวาของหญิงสาวชุดดำไว้ หญิงสาวชุดดำรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากที่ถูกห้ามมือไว้ เธอหันกลับไปมองเจ้าชายที่อยู่ข้างหลัง เจ้าชายทำหน้านิ่งๆไม่แสดงอารมณ์ ทำให้หญิงสาวชุดดำรู้สึกใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

หญิงสาวชุดดำมองลงล่างพร้อมคิดในใจ : นี้เจ้าชายจับได้หรอว่าเราเป็นลูกสาวของจอมมาร นี้เราทำพลาดตอนไหนเนี่ย ไม่มั่งๆ ใจเย็นๆไว้ก่อน เรายังควบคุมสถานการณ์นี้ได้

เมื่อคิดได้ดังนั่นเธอมองขึ้นกลับหาเจ้าชายอีกครั้ง เธอยิ้มแต่เจ้าชายยังคงทำหน้านิ่ง

หญิงสาวชุดดำ : ทำไมละค่ะ เจ้าชาย ห้ามข้าไว้ทำไม

เจ้าชาย : หยุดเถอะ เจ้าหยุดเถอะ ข้ารู้แล้วล่ะ

หญิงสาวชุดดำตกใจยิ่ง ตัวเริ่มสั่นและมือกำแน่น ในขณะที่มือข้างซ้ายจากที่ประครองก็เริ่มเผยเล็บที่แหลมคมออกมาพร้อมจะฆ่าเจ้าหญิงทุกเมื่อ

          หญิงสาวชุดดำ : รู้อะไรหรอค่ะ (หญิงสา